🔬 1. AFP (Alpha-Fetoprotein)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งตับ และ มะเร็งรังไข่ชนิด germ cell (เช่น yolk sac tumor)
🔬 2. CEA (Carcinoembryonic Antigen)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่, ปอด, เต้านม, ตับอ่อน, รังไข่
🔬 3. CA19-9 (Carbohydrate Antigen 19-9)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งตับอ่อน, ท่อน้ำดี, ลำไส้ใหญ่, มะเร็งรังไข่บางชนิด
🔬 4. CA125 (Cancer Antigen 125)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งรังไข่ชนิด epithelial (โดยเฉพาะ serous type)
🔬 5. CA15-3 (Cancer Antigen 15-3)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งเต้านม และติดตามผลหลังการรักษา
🔬 6. NSE (Neuron Specific Enolase)
ใช้บ่งชี้ เนื้องอกระบบประสาท เช่น neuroblastoma, small cell lung cancer (แม้ในเพศหญิง)
🔬 7. Beta-hCG (Human Chorionic Gonadotropin)
ใช้บ่งชี้ มะเร็งชนิด germ cell เช่น choriocarcinoma หรือ ovarian germ cell tumor
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย DNA Methylation (iColocomf™)
หลักการตรวจ
ตรวจหายีนที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ DNA Methylation จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่
• SDC2 (Syndecan-2)
• TFPI2 (Tissue Factor Pathway Inhibitor 2)
ความผิดปกติของยีนเหล่านี้สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และติ่งเนื้อระยะก่อนมะเร็ง
ประสิทธิภาพการตรวจ
🔬 Sensitivity (ความไวในการตรวจพบมะเร็ง) : 95.3%
🔬 Specificity (ความจำเพาะ) : 90.3%
🔬 Sensitivity สำหรับ Adenoma (ติ่งเนื้อระยะก่อนมะเร็ง) : 63.4%
ใครบ้างที่ควรตรวจ?
✔️ อายุ 45 ปีขึ้นไป
✔️ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
✔️ มีประวัติติ่งเนื้อในลำไส้
✔️ มีอาการผิดปกติ เช่น
ถ่ายเป็นเลือด
ถ่ายมีมูก
ท้องผูกเรื้อรัง
ปวดท้องเรื้อรัง
อุจจาระลำเล็กผิดปกติ
✔️ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
✔️ มีภาวะโลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ
Hereditary Cancer Panel (MGM194)
การตรวจยีนมะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบครอบคลุม
เป็นการตรวจวิเคราะห์ยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งจำนวน 158 ยีน รวมถึงยีนสำคัญอย่าง BRCA1 และ BRCA2 โดยใช้เทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) เพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ในระดับพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางสายเลือด (germline)
การตรวจครอบคลุมมากกว่า 99.99% ของส่วน coding regions และ intron-exon boundaries ของยีนทั้งหมด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ทั้งในรูปแบบ SNVs, InDels และ CNVs
การตรวจนี้ช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ได้แก่
มะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งล าไส้ใหญ่และทวารหนัก, มะเร็งปอด, มะเร็งตับ อ่อน, มะเร็งสมอง, มะเร็งต่อมหมวกไต, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน, มะเร็งระบบประสาทอัตโนมัติ, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก, มะเร็งไขกระดูก, มะเร็งตับ, มะเร็งต่อม ลูกหมาก, มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งไตในเด็ก, มะเร็งต่อมไทรอยด์, มะเร็งเน้ือเยื่อในทางเดิน อาหาร, มะเร็งต่อมน้ าเหลือง, มะเร็งศีรษะและล าคอ, พาราแกงกลิโอมา, มะเร็งไต, มะเร็งหลอด อาหาร, มะเร็งกระดูกอ่อน, มะเร็งเยื้อหุ้มปอด, มะเร็งต่อมพาราไทรอยด์, มะเร็งมดลูก, มะเร็งกระดูก, มะเร็งต่อมใต้สมอง, มะเร็งต่อมไร้ท่อ, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งระบบประสาท, มะเร็งเยื้อหุ้ม สมอง, มะเร็งใบหน้า, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งเน้ือเยื้อและเยื่อหุ้มปอด, มะเร็งในเด็ก, กลุ่มอาการ, มะเร็งระบบประสาทส่วนกลาง, มะเร็งระบบประสาทส่วนปลาย, ไฟโบรมา, มะเร็งอวัยวะเพศ, โพ ลิปใ นล าไส้ใ หญ่, Cowden Syndrome, Lynch syndrome, Alexander disease, Perlman syndrome, Fanoni anemia
ประโยชน์ของการตรวจ
การทราบความเสี่ยงล่วงหน้าช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เช่น การตรวจคัดกรองเชิงลึกในระยะเริ่มต้น การปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการวางแผนการรักษาและติดตามผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันและตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ผลลัพธ์การรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มต้น (Multi-Cancer Early Detection) เป็นการตรวจหาสารมะเร็งพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งที่ถูกปลดปล่อยออกมาในกระแสเลือดด้วยเทคโนโลยีล่าสุด
Next-Generation Sequencing ได้แก่
มะเร็งตับ
มะเร็งปอด
มะเร็งเต้านม
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มะเร็งกระเพาะอาหาร
✅ ข้อดีของ Multi-Cancer Early Detection
ตรวจเจอได้แม้ยังไม่แสดงอาการ
ช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที
ตรวจหลายมะเร็งในครั้งเดียว
ลดความยุ่งยากในการเข้ารับการตรวจหลายชนิดแยกกัน ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ไม่ต้องใช้การส่องกล้องหรือการตรวจแบบรุกราน
โดยส่วนใหญ่ใช้เพียงเลือดหรือเซลล์จากกระพุ้งแก้ม
เพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากมะเร็ง
การพบมะเร็งเร็ว = โอกาสในการรักษาหายสูงขึ้น
🎯 เหมาะกับใคร
ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง
ผู้ที่ต้องการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อป้องกันในระยะยาว
ผู้ที่ไม่มีอาการ แต่ต้องการรู้ความเสี่ยงเชิงลึก
เก็บเซลล์กระพุ้งแก้ม ไม่เจ็บ ไม่ต้องงดอาหาร
ส่งตรวจที่บริษัท Prenetics Limited ประเทศ Hongkong รอผล 30 วัน
สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers) ที่มักตรวจในเพศชาย ได้แก่ AFP, CEA, PSA, CA19-9 และ NSE
🔬 1. AFP (Alpha-Fetoprotein)
ในผู้ใหญ่ใช้เป็น สารบ่งชี้มะเร็งตับ และ มะเร็งอัณฑะบางชนิด
🔬 2. CEA (Carcinoembryonic Antigen)
เป็นโปรตีนที่มักสร้างมากขึ้นใน มะเร็งลำไส้ใหญ่
🔬 3. PSA (Prostate Specific Antigen)
ตรวจคัดกรองหรือวินิจฉัย มะเร็งต่อมลูกหมาก
🔬 4. CA 19-9 (Carbohydrate Antigen 19-9)
ใช้ตรวจเฝ้าระวัง มะเร็งตับอ่อน และ มะเร็งท่อน้ำดี
🔬 5. NSE (Neuron Specific Enolase)
ใช้เป็นตัวบ่งชี้ของ มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer) และมะเร็งระบบประสาท เช่น neuroblastoma
✅ 1. CEA (Carcinoembryonic Antigen)
เป็นสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker)
อาจพบค่าสูงในมะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma หรือ squamous cell carcinoma
ค่าปกติ: < 5 ng/mL (ในผู้ไม่สูบบุหรี่)
✅ 2. CYFRA 21-1
ใช้เฉพาะเจาะจงกับมะเร็งปอดชนิด squamous cell carcinoma
ใช้ติดตามผลการรักษาหรือภาวะกลับมาเป็นซ้ำ
✅ 3. NSE (Neuron Specific Enolase)
มักใช้ในกรณี มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer)
ค่าสูงบ่งชี้มะเร็งชนิดที่มีความก้าวร้าว
การตรวจ PSA เป็นการ เจาะเลือด เพื่อตรวจระดับ PSA ในกระแสเลือด ใช้เพื่อ
คัดกรองและประเมินความเสี่ยง มะเร็งต่อมลูกหมาก
ประเมินภาวะ ต่อมลูกหมากโต (BPH)
ตรวจภาวะ ต่อมลูกหมากอักเสบ
ติดตามผลหลังการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
🧪 Free PSA (Free Prostate-Specific Antigen) คือการตรวจเลือดเพื่อดูสัดส่วนของ PSA ที่อยู่ในรูป อิสระ (free) เทียบกับ PSA ทั้งหมด (Total PSA)
ใช้ช่วย แยกสาเหตุของค่า PSA สูง ว่าโน้มเอียงไปทาง มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือ โรคไม่ร้ายแรง มากกว่า
📊 การแปลผล Free PSA (%Free PSA)
คำนวณจาก:
%Free PSA = (Free PSA / Total PSA) × 100
≥ 25% ✅
→ มักสัมพันธ์กับ ต่อมลูกหมากโตธรรมดา (BPH) หรือการอักเสบ
10–25% ⚠️
→ ความเสี่ยงปานกลาง ควรติดตามร่วมกับอาการ อายุ และผลตรวจอื่น
< 10% ❗️
→ ความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากสูงขึ้น แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
เหตุผลทางชีวภาพ: ในมะเร็งต่อมลูกหมาก PSA มักจับกับโปรตีนในเลือดมาก ทำให้ Free PSA ต่ำ
สารนี้เป็นสารที่ติดตามมะเร็งเต้านมได้ดีที่สุด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมที่แพร่กระจายแล้ว เพราะมะเร็งในระยะเริ่มแรกค่าสารนี้จะไม่สูง ถ้าจะให้ได้ค่าที่ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้นควรตรวจ Mammogram ร่วมด้วย
สารบ่งชี้มะเร็งมะเร็งทางเดินอาหารและตับ (Carbohydrate Antigen 19-9 Digestive Tract)
สารตัวนี้จะสูงในมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งถุงน้ำดี หรือค่าสูงจากภาวะโรคอย่างอื่น เช่น ตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง นิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ
พบได้สูงในมะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก ตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ เต้านมและปอด นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น เยื่อบุช่องทางอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ โรคตับ และเยื้อหุ้มปอดอักเสบ
หากตรวจพบสารนี้มีค่าสูง แสดงว่าอาจมีโอกาสเป็นมะเร็งตับ มะเร็งลูกอัณฑะ หรือมะเร็งรังไข่ หรืออาจตรวจเจอในภาวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ตับแข็ง หรือตับอักเสบ
สารตัวนี้จะพบสูงในมะเร็งลำไส้ โดยเฉพาะในภาวะที่มะเร็งได้แพร่กระจายไปแล้ว หรืออาจมีค่าสูงในภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ หรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น
สามารถพบว่ามีค่าสูงกว่าปกติในมะเร็งที่มีกำเนิดมาจากเซลล์ในกลุ่มระบบประสาทและต่อมไร้ท่อ (Neuro Endocrine) เช่น มะเร็งปอด มะเร็งของระบบประสาท (ท้าวแสนปม)
ใช้เฉพาะเจาะจงกับมะเร็งปอดชนิด squamous cell carcinoma
ใช้ติดตามผลการรักษาหรือภาวะกลับมาเป็นซ้ำ
ประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่
หมวดที่ 1 หมวดอาหารการกิน (Diet)
- ความอยากอาหาร
- การตอบสนองต่อคาร์โบไฮเดรต
- การตอบสนองต่อไขมันไม่อิ่มตัว
- การรับรสอาหารที่มีรสชาติมัน
- การรับรสเค็ม
- การรับรสหวาน
หมวดที่ 2 หมวด ปฏิกิริยาตอบสนองไใ่พึงประสงค์ ( Food Intolerance and sensitivity)
- การตอบสนองต่อโซเดียมและความดันโลหิต
- การตอบสนองต่อแอลกอฮอล์
- การตอบสนองต่อคาเฟอีน
หมวดที่ 3 หมวด วิตามินและอาหารเสริม ( Vitamins and Supplement)
ตรวจพันธุกรรม Gene ที่เกี่ยวกับ
ระดับแรงจูงใจในการออกกำลังกาย
ความไวต่อความเจ็บปวด
น้ำหนักตัวและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
การเต้นของหัวใจและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
ความดันโลหิตอละการตอบสนองการออกกำลังกาย
ปริมาณไขมันและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
สายพลังกล้ามเนื้อ หรือสายอึดทนทาน
ระดับความอึด (VO2max)
ระดับกำลังกล้ามเนื้อ
โอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
โอกาสการเกิดเอ็นร้อยหวายอักเสบ
โอกาสที่สมองจะเกิดกระทบกระเทือน
ประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่
หมวดที่ 1 หมวดอาหารการกิน (Diet)
- ความอยากอาหาร
- การตอบสนองต่อคาร์โบไฮเดรต
- การตอบสนองต่อไขมันไม่อิ่มตัว
- การรับรสอาหารที่มีรสชาติมัน
- การรับรสเค็ม
- การรับรสหวาน
หมวดที่ 2 หมวด ปฏิกิริยาตอบสนองไใ่พึงประสงค์ ( Food Intolerance and sensitivity)
- การตอบสนองต่อโซเดียมและความดันโลหิต
- การตอบสนองต่อแอลกอฮอล์
- การตอบสนองต่อคาเฟอีน
หมวดที่ 3 หมวด วิตามินและอาหารเสริม ( Vitamins and Supplement)
ตรวจพันธุกรรม Gene ที่เกี่ยวกับ
ระดับแรงจูงใจในการออกกำลังกาย
ความไวต่อความเจ็บปวด
น้ำหนักตัวและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
การเต้นของหัวใจและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
ความดันโลหิตอละการตอบสนองการออกกำลังกาย
ปริมาณไขมันและการตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
สายพลังกล้ามเนื้อ หรือสายอึดทนทาน
ระดับความอึด (VO2max)
ระดับกำลังกล้ามเนื้อ
โอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
โอกาสการเกิดเอ็นร้อยหวายอักเสบ
โอกาสที่สมองจะเกิดกระทบกระเทือน
พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับ 9 มะเร็งในเพศหญิง ได้แก่
มะเร็งปอด
มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งตับ
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มะเร็งเต้านม
มะเร็งรังไข่
มะเร็งต่อมไทรอยด์
มะเร็งตับอ่อน
มะเร็งปากมดลูก
พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับ 7 มะเร็งในเพศชาย ได้แก่
มะเร็งปอด
มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งตับ
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมไทรอยด์
มะเร็งตับอ่อน
ผลการทดสอบจะแสดงตามปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การเกิดโรคจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วิถีชีวิตส่วนบุคคล ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือคุณต้องดำเนินกลยุทธ์การป้องกันที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ รูปแบบการบริโภคอาหาร และวิถีชีวิต ผ่านการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ
พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่ใช้ในการทดสอบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากการวิจัยระดับนานาชาติและการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ข้อมูลพันธุกรรมจะได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
* การทดสอบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาความเสี่ยงต่อโรค ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยโรค การทดสอบนี้ดำเนินการตามใบยินยอมการทดสอบทางพันธุกรรม และปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล