HPV (Human Papillomavirus) เป็นชื่อของกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรง แต่ HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV) สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้
HPV เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยมาก จนแทบทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสติดเชื้ออย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต และส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ
ไวรัส HPV สามารถติดเชื้อได้ที่
ผิวหนัง
อวัยวะเพศ
ทวารหนัก
ช่องปากและลำคอ
ในปี 2022
พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 660,000 ราย
เสียชีวิตประมาณ 350,000 ราย
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งอันดับ 4 ที่พบบ่อยในผู้หญิงทั่วโลก
มากกว่า 90% ของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในผู้หญิง คือ มะเร็งปากมดลูก
เกิดจาก HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น HPV 6 และ 11
อาจพบเป็นตุ่มนูนขรุขระบริเวณ
อวัยวะเพศ
ช่องคลอด
ปากมดลูก
ทวารหนัก
ลำคอ (พบได้น้อย)
HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 สามารถทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งได้
มะเร็งที่สัมพันธ์กับ HPV ได้แก่
✅ มะเร็งปากมดลูก
✅ มะเร็งช่องคลอด
✅ มะเร็งปากช่องคลอด
✅ มะเร็งทวารหนัก
✅ มะเร็งอวัยวะเพศชาย
✅ มะเร็งช่องปากและลำคอ
ในปี 2019 HPV เป็นสาเหตุของมะเร็งประมาณ
ผู้หญิง 620,000 ราย
ผู้ชาย 70,000 ราย
ทั่วโลก
HPV (Human Papillomavirus) มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ แต่สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มสำคัญ คือ
✅กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-Risk HPV)
เช่น HPV 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58
เชื้อกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ หากติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งทวารหนัก
มะเร็งอวัยวะเพศ
มะเร็งช่องปากและลำคอ
✅กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-Risk HPV)
เช่น HPV 6 และ 11
มักไม่ก่อมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุหลักของ
หูดหงอนไก่
หูดบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก
ปัจจุบัน HPV ไม่ได้แบ่งแค่ High Risk และ Low Risk เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มที่เรียกว่า
✅ Probable High-Risk HPV (pHR-HPV) หรือ Possibly High-Risk Genotype
เป็นกลุ่มสายพันธุ์ที่มีหลักฐานว่าพบร่วมกับมะเร็งหรือรอยโรคก่อนมะเร็งได้บ้าง แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังไม่เพียงพอที่จะจัดเป็น High-Risk HPV อย่างสมบูรณ์
ประกอบด้วยสายพันธุ์ เช่น
HPV 26
HPV 53
HPV 66
HPV 70
HPV 73
HPV 82
หูดหงอนไก่เป็นอาการที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดของการติดเชื้อ HPV
ลักษณะของหูด
✅ เป็นติ่งเนื้อหรือตุ่มนูนขนาดเล็ก
✅ สีเนื้อ สีชมพู หรือสีขาว
✅ ผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ (Cauliflower-like)
✅ อาจพบเพียง 1 ตุ่ม หรือหลายตุ่มรวมกัน
หูดอาจเกิดขึ้นหลังรับเชื้อหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือแม้แต่หลายปี
หูดหงอนไก่อาจพบได้ที่
ปากช่องคลอด (Vulva)
ท่อปัสสาวะ (Urethra)
ปากมดลูก (Cervix)
ช่องคลอด (Vagina)
ทวารหนัก (Anus)
ต้นขาด้านใน
หูดหงอนไก่อาจพบได้ที่
อวัยวะเพศชาย (Penis)
ถุงอัณฑะ (Scrotum)
ทวารหนัก (Anus)
ต้นขาด้านใน
✅ ประมาณ 90% ของผู้ติดเชื้อ HPV ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เอง
โดยระบบภูมิคุ้มกันจะควบคุมและกำจัดเชื้อภายใน
1–2 ปี
โดยไม่จำเป็นต้องรักษา
❗️กรณีที่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน (Persistent HPV Infection)
โดยเฉพาะ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง
เชื้ออาจทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ (Precancerous lesion) และพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในอนาคต
โดยทั่วไป
ใช้เวลาประมาณ 15–20 ปี
หลังจากติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง
จึงจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก
ดังนั้น
❗️การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง
แต่เป็นสัญญาณให้ติดตามและเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม
ระยะก่อนมะเร็งมักไม่มีอาการ
เมื่อโรคเริ่มรุนแรงขึ้น อาจพบ
เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ
ปวดเชิงกราน
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
ปัจจุบัน
❗️ยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HPV โดยตรง
การรักษาจะเน้นที่โรคที่เกิดจาก HPV เช่น
จี้เย็น (Cryotherapy)
จี้ไฟฟ้า
เลเซอร์
ผ่าตัด
จี้ทำลายเซลล์ผิดปกติ
ผ่าตัดตัดรอยโรค
ผ่าตัด
รังสีรักษา
เคมีบำบัด
ยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ตามข้อบ่งชี้
✅ เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด
วัคซีนสามารถป้องกัน
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งทวารหนัก
มะเร็งช่องปากและลำคอ
หูดหงอนไก่
วัคซีน HPV
✅ ไม่มีเชื้อเป็น
✅ ไม่มี DNA ของไวรัสที่ก่อโรค
✅ ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง
วัคซีนมีหน้าที่ "ป้องกัน" ไม่ใช่ "รักษา"
✅ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HPV
แต่
❗️ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
เนื่องจาก HPV สามารถติดผ่านผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบคลุม
การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสเกิด
การติดเชื้อ HPV แบบเรื้อรัง
การเกิดมะเร็งปากมดลูก
การตรวจคัดกรองช่วยค้นหา
✅ การติดเชื้อ HPV
✅ เซลล์ก่อนมะเร็ง
ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งจริง
พบความชุกสูงใน
❗️ผู้ติดเชื้อ HIV
❗️ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย
❗️ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
❗️ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
❗️ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM)
WHO ตั้งเป้ากำจัดมะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสาธารณสุข โดยมีเป้าหมาย
✅ 90% ของเด็กหญิงได้รับวัคซีน HPV ก่อนอายุ 15 ปี
✅ 70% ของผู้หญิงได้รับการตรวจคัดกรองเมื่ออายุ 35 ปี และตรวจซ้ำเมื่ออายุ 45 ปี
✅ 90% ของผู้ที่ตรวจพบรอยโรคหรือมะเร็งได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
✅ HPV เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยมาก
✅ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ (ประมาณ 90%) สามารถหายเองได้ภายใน 1–2 ปี
✅ การติดเชื้อ HPV ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง
❗️แต่หากเป็น HPV กลุ่มความเสี่ยงสูงและเชื้อคงอยู่นานหลายปี อาจนำไปสู่มะเร็งได้
✅ มะเร็งปากมดลูกมักใช้เวลาพัฒนา 15–20 ปีหลังติดเชื้อ
✅ วัคซีน HPV สามารถป้องกันมะเร็งและหูดหงอนไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✅ การตรวจ HPV และคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ ช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งและป้องกันการเกิดมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน